รีวิวหนัง ซีรี่ย์ VIU หนังดี หนังดัง ซีรี่ย์สนุกมากมาย

Thirty Nine (2022)

รีวิวหนัง ซีรี่ย์ VIU

ซีรีส์ที่พูดถึงเรื่องราวของหญิงสาววัยกลางคนทั้ง 3 คน ที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่มัธยมปลาย และกำลังจะย่างก้าวเข้าวัยเลข 4 ในเร็วๆ นี้ ชามีโจ (ซนเยจิน) 

Thirty-Nine (2022) - MyDramaList

เรื่องราวความรัก หน้าที่การงานและแง่มุมชีวิตของสามสาวเพื่อนซี้ ที่เกาะกลุ่มเหนียวแน่นกันมาตั้งแต่อายุ 18 ยาวนานจนถึงวัยที่กำลังจะก้าวย่างเข้าสู่หลัก 4 เป็นมิตรภาพความผูกพันที่ลึกซึ้งดุจครอบครัวเดียวกัน จนกระทั่งวันหนึ่งพวกเธอพบว่า เวลาของพวกเธอเหลือไม่มากแล้วที่จะอยู่ด้วยกันไปอย่างนี้จนข้ามผ่านแต่ละช่วงวัยที่รออยู่ข้างหน้าไปด้วยกัน เพราะการจากลาที่ดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา กลับไม่ธรรมดาเอาซะเลยเมื่อการจากลานั้นกำลังมาถึงพวกเธอคนใดคนหนึ่ง เร็วเกินไป

ไม่มีทางที่จะจินตนาการความรู้สึกนั้นออกมาได้ และคงไม่มีใครอยากจินตนาการถึงการจากลากับเพื่อนสนิท ที่อยู่เคียงข้างเรามาในทุกสถานการณ์ เพราะความรักและมิตรภาพของสามสาวเพื่อนซี้ช่างแน่นแฟ้น จนบรรยายไม่ได้ด้วยซำว่าพวกเธอรักกันแค่ไหน นี่คือซีรีส์ที่จะพาเราไปพบกับเรื่องราวสุดอบอุ่นจนน้ำตาไหล และกำลังบอกพวกเราว่า เราจะใช้เวลาที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุดได้อย่างไร หากการจากลามาทักทาย

‘ชามีโจ’ (ซนเยจิน) เด็กกำพร้าที่ได้รับการอุปการะ เธอเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ทุกคนในครอบครัวอุปถัมภ์ให้ความรักกับเธออย่างอบอุ่นและพรั่งพร้อม สามารถซัพพอร์ตเธอได้ในทุก ๆ ด้าน เธอเป็นผู้อำนวยการในคลินิกเสริมความงามชื่อดังและกำลังวางแผนเดินทางไปสหรัฐอเมริกาเพื่อพักผ่อนจากอาการวิตกกังวล แต่เหตุการณ์บางอย่างทำให้เธอได้พบกับ ‘คิมซอนอู’ (ยอนอูจิน) แพทย์ผิวหนังวัย 39 ปีที่เพิ่งกลับจากอเมริกาหลังจากที่เขาอพยพไปใช้ชีวิตที่นั่นตั้งแต่สมัยไฮสคูล และที่สำคัญคือชีวิตของทั้งคู่มีอะไรคล้าย ๆ กัน บางอย่าง

จางจูฮี/ชามีโจ/จองชานยอง

‘จองชานยอง’ (จอนมีโด) สาวห้าวที่มีความฝันอยากเป็นนักแสดง แต่สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการเป็นคุณครูสอนการแสดง ความเป็นคนตรง ๆ และมีสเน่ห์ทำให้เธอได้พบกับ ‘คิมจีซอก’ (อีมูแซง) เจ้าของธุรกิจบันเทิงที่ตกหลุมรักกันตั้งแต่สมัยเรียน และเป็นผู้ที่ทำให้ชีวิตรักของเธอติดหล่ม เพราะเขาต้องตัดสินใจแต่งงานกับผู้หญิงอีกคนซึ่งกำลังตั้งครรภ์ แต่ทั้งคู่ยังสานสัมพันธ์กันต่อไปในฐานะคนที่ยังรักกันอยู่

‘จางจูฮี’ (คิมจีฮยอน) สาวขี้อายที่ปัจจุบันเป็นผู้จัดการเครื่องสำอางเคาน์เตอร์แบรนด์ในห้างสรรพสินค้า ไม่เคยมีประสบการณ์ความรักกับผู้ชายคนไหนมาก่อนจนได้พบกับ ‘พัคฮยอนจุน’ (อีแทฮวาน) เชฟหนุ่มรุ่นน้องเจ้าของร้านอาหารจีนชื่อ ไชน่าทาวน์ ที่เพื่อน ๆ ต่างเต็มใจเชียร์ให้เธอรุกคืบเพื่อนจะมีคู่กับเขาสักครั้ง

แต่ต้องบอกเลยว่าเรื่องนี้ได้ทิ้งกับดักไว้ให้เราตั้งแต่ Ep แรก กับประโยคที่ว่า “โชคดีที่เราต่างเจอเนื้อคู่และเรียนรู้ที่จะคลั่งรัก แต่ก็ได้พบกับการจากลาเป็นครั้งแรก เราไม่เคยคิดเคยฝันเลยว่าจะได้จัดงานศพพวกเราคนใดคนหนึ่ง” กับดักที่ 1 เปิดมาอย่างสวยงามและวางเอาไว้เป็นรายทางมาทุก ๆ Ep เชื่อว่าหลายคนที่ดูมาถึง Ep8 จะเห็นว่ามีกับดักที่ว่าวางเอาไว้เป็นจุด ๆ ให้คิดเล่น ๆ ว่า ใครกันนะที่จะเป็นเจ้าของปริศนานี้ Ep2 เหมือนจะเฉลยและไปตอกย้ำเอาไว้อีกช่วงกลางเรื่อง แต่มันใช่จริง ๆ เหรอ หลอกกันอ๊ะป่าว ว่าซั่น เพราะมีหลายสิ่งให้น่าคิด จุดนี้คนเขียนบทและการตัดต่อทำเอาคนดูชักจะสงสัยแฮะ จนรู้สึกดีเกินคาดเพราะไม่คิดว่าจะเห็นอะไรที่สอดใส่มาเนียน ๆ จากซีรีส์แนวนี้

คิมซอนอู/พัคฮยอนจุน/คิมจีซอก พวกเขาร้องไห้ในงานศพใครกันนะ?

เต็มเปี่ยมไปด้วยเสียงฮาและความรัก

สิ่งที่น่าประทับใจและทำให้อินไปกับทุกบทบาทของการแสดงก็คือกลุ่มสามสาวที่ชูมิตรภาพความรักออกมาได้อย่างเด่นชัด เชื่อแน่ว่าสาว ๆ ที่มีเพื่อนเป็นแก๊งเพื่อนสาว ได้ร่วมทุกข์ ร่วมสุขและรักกันมากดุจคนในครอบครัว จะอินกับเรื่องนี้ได้ง่ายมาก ๆ ว่าเฮ้ย เหมือนแก๊งเราเลยว่ะ เราก็มีเพื่อนแท้แบบนี้ รักกันแบบนี้ เข้าใจกันแบบนี้ เราทะเลาะกัน ด่าทอกันและเราขอโทษเพื่อคืนดีกันให้เร็วที่สุดโดยไม่อาย และไม่ห่วงว่าใครจะต้องเป็นฝ่ายแพ้หรือหน้าแตก

สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดา เพราะเพื่อนที่แท้จริงก็มักจะทำอะไรให้กันแบบนี้อยู่แล้ว แต่ความธรรมดาชนิดนี้กลับตรึงคนดูได้อยู่หมัด หนำซ้ำยังอาจทำให้หลายคนที่ในชีวิตไม่มีเพื่อนแบบสามสาว พานคิดไปได้ว่าถ้าในชีวิตเรามีเพื่อนแบบนี้กับเขาอยู่สักคน มันก็คือของขวัญแสนวิเศษ ซึ่งสามสาวในเรื่องก็เป็นตัวแทนของมิตรภาพที่น่าอิจฉา เพราะความสุขความรักมันฉายชัดออกมาจากวีรกรรมบ้าบอที่ทั้งสามคนทำร่วมกัน เรียกเสียงฮาที่หลุดขำออกมาในแต่ละตอนของคนดูได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้มุขตลกโบ๊ะบ๊ะให้เปลืองแรง

ในขณะที่เส้นเรื่องความรักถูกเล่าไปอย่างช้า ๆ และติดตลก ปนสงสัย ปนลุ้น ยิ้ม ฟิน กับคู่รัก 3 คู่ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะคู่แรกที่มุขไปดูผีเสื้อที่ห้องเราไหม? ต้องพ่ายให้กับมุขโบตั๋นสองดอกของเรื่องนี้ ไหนจะคู่ที่ความสัมพันธ์คลุมเครือก็สร้างความสงสัยให้คนดูเข้าไปอีก ว่ามีการตัดสินใจที่อึดอัดแบบนี้จริง ๆ เหรอ จนกว่าจะถึงบางอ้อก็ผ่านไปเกือบจะครึ่งแล้วละจ้ะ และคู่สุดท้ายที่กระชุ่มกระชวยไปอีกแบบกับความเมามาย โก๊ะกังของฝ่ายหญิงที่ทำเอาขำไม่หยุดและทำให้รู้ว่า สาวขี้อายมีทัศนคติที่น่ารักน่าชัง จริง ๆ

ความอบอุ่นอีกระดับกับความสัมพันธ์ของครอบครัว

เมื่อหนึ่งในตัวเอกของเรื่องนี้มีปูมหลังที่ขมขื่น ความอบอุ่นที่เธอได้รับจึงชวนซึ้งอย่างไม่ต้องสงสัย สำหรับแฟน ๆ ซีรีส์เกาหลีจะคุ้นชินกันอยู่แล้วกับการที่มีตัวละครกำพร้าได้รับการอุปถัมภ์ ซึ่งก็มาจากชีวิตจริงของชาวเกาหลีเขานะคะ และเขาก็มักจะหยิบเอามุมนี้มาเล่าอยู่บ่อย ๆ บ้างอบอุ่นบ้างขมขื่นอย่างที่เราได้เห็นกันในหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งเรื่องนี้ก็มีอยู่ทั้งสองด้านให้เราได้เห็น แต่ไม่ว่าจะเป็นด้านไหนลึก ๆ ในใจของเด็กถูกทิ้งก็มีปมที่คลายยากทุกคนนั่นแหละค่ะ

ต่อให้ครอบครัวของชามีโจ จะเลี้ยงดูเธอมาอย่างดี มีทั้งพ่อ แม่และพี่สาวที่พร้อมจะให้ความรักกับเธออย่างเต็มที่ แต่มันก็ไม่อาจลบปมในใจออกไปได้ว่าตัวตนที่แท้จริงของเธอไม่เป็นที่ต้องการของผู้ให้กำเนิด ความวิตกกังวลที่มีในใจมาตลอดว่าคนอื่นจะยอมรับเราไหม ใครจะรังเกียจเราหรือเปล่าและความรักที่เราได้ มันคือของจริงแน่ ๆ เหรอ พ่วงมาด้วยตัวละครอีกตัวคือ น้องสาวของคิมซอนอูที่เมื่อแม่อุปถัมภ์ตายไป ชีวิของเธอก็ดราม่าซะไม่มี แต่ความรักที่ได้จากพี่ชายช่างจริงใจและมีความอบอุ่นอยู่ในนั้นอย่างล้นหลามSee also

บทเขียนให้เราเข้าใจในจุดนี้ได้อย่างง่าย ๆ จากการแสดง สีหน้าและการทิ้งห่างให้ทำอารมณ์ อึดอัดน่าดูแต่มันสร้างความอินได้ง่ายจริง ๆ และยังสร้างตัวละครที่ล้อมรอบชามีโจให้เป็นตัวละครแห่งมิตรจนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านออกมา แถมยังส่งคิมซอนอูมาเป็นผู้ชายที่เข้าใจในตัวเธออย่างมากมาย เพราะเขาก็เป็นพี่อุปถัมภ์ที่มีน้องสาวมาจากบ้านเด็กกำพร้าที่เดียวกันเธอ เป็นนัยที่บอกกับคนดูได้ว่า ในความโชคร้ายมักมีเรื่องดี ๆ ครอบครองอยู่ หากเราปลดปล่อยปมในใจของเราได้ ความสุขล้นเหลือที่รอคอยอยู่ตลอดเวลาก็พร้อมจะเทลงมาให้กับเรา อย่าเสียเวลาจับมือกับความทุกข์อยู่เลยน่ะ

อุดมไปด้วยซีนเรียกน้ำตาจนกลั้นไม่อยู่

บทจะฮาก็ฮาจริง บทจะอบอุ่นก็ทำเอายิ้มไม่หุบและในบทดราม่าก็หนักมากจนน้ำตาร่วง เตรียมทิชชูกันไว้ได้เลย รับรองว่าถ้าจิตใจไม่แข็งดั่งหินผา คุณจะต้องเสียน้ำตาให้กับซีรีส์เรื่องนี้ในหลาย ๆ ฉาก ไม่ว่าจะเป็นมุมครอบครัวของแต่ละคนที่ไม่ได้เศร้าแต่ชวนซึ้ง มุมความรักของสามสาวที่ทำให้เห็นชัดแจ๋วเลยว่ามิตรภาพของพวกเธอมันของแท้ขนาดไหน จนอดคิดไม่ได้ว่าถ้าเพื่อนของเราประสบปัญหาแบบนี้เราจะทำแบบที่จางจูฮีทำจนน่าเขกกะโหลกแต่ก็เขกไม่ลงไหม เราจะบ้าตายเหมือนชามีโจหรือเปล่า

ซึ่งบทในแต่ละฉากไม่ได้เขียนให้เวอร์วังจนเกินจริงไปเลย เป็นบทที่ชูตัวตนของตัวละครแต่ละตัวออกมาได้อย่างมีเสน่ห์ และการจะเข้าใจในบทของชามีโจก็อยากให้จินตนาการไว้ว่า หากเราเป็นเด็กถูกทิ้ง ที่ถึงแม้จะถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีกับครอบครัวอุปถัมภ์ ความอบอุ่นที่ได้ไม่มีวันเท่าครอบครัวแท้ ๆ เพราะมันฟ้องอยู่ในใจ และเราจะรักเพื่อนได้มากมายจนไม่อยากเสียใครไป เพราะเพื่อนคือคนที่อยู่กับเราทุกช่วงชีวิตและรับรู้ทุกข์สุขของเรามาตลอด

มันสามารถเกิดขึ้นได้กับคนที่มีปูมหลังแบบชามีโจ เกิดขึ้นได้กับกลุ่มเพื่อนที่รักกันระดับนี้จนจางจูฮีกระทำบางอย่างจากนิสัยของเธอเพื่อเพื่อน จนอยากเขกกะโหลกเธอจริง ๆ บทของเรื่องนี้จึงมีความสมจริงและยิ่งหากคนดูมีประสบการณ์คล้ายคลึงกัน รับรองว่ากลั้นน้ำตาไม่ไหวแน่นอน บวกกับนักแสดงในเรื่องที่เล่นได้สมบทบาทจนเป็นธรรมชาติเชื่อได้ เราจะเสียน้ำตาให้กับฉากที่แม่ พ่อและพี่สาวของชามีโจโผเข้ากอดเธอด้วยความเข้าใจ ซีนนี้ตัดอารมณ์ได้ฉึบฉับกันเลยค่ะ แถมด้วยซีนเด็ด ๆ ที่คิมจีซอก หลั่งน้ำตาลูกผู้ชายออกมาอย่างบ้าคลั่งเมื่อเขารู้เรื่องราวบางอย่าง และทำให้เรารู้ว่าจองชานยองรักคนไม่ผิด อีมูแซงสวมบทนี้ได้อย่างเด็ดขาดและเอาอยู่กับบทจริง ๆ