รีวิวหนัง ซีรี่ย์ VIU หนังดี หนังดัง ซีรี่ย์สนุกมากมาย

หนังเกาหลี

11260837_494298270737949_1598912377677356424_o
ระทึกขวัญ รีวิวหนัง ซีรี่ย์ VIU ลึกลับ สยองขวัญ หนังเกาหลี

รีวิวหนัง The Silenced (2015) โรงเรียนสยดสัญญาณสยอง

นอกจากหนังแนวโรแมนติก คอมเมดี้ ของเกาหลีจะเป็นที่ถูกใจผู้ชมในประเทศไทยเราแล้ว ย้อนไปช่วงเวลาหนึ่งหนังสยองขวัญจากเกาหลีก็เคยได้รับความนิยมในบ้านเราเหมือนกัน อย่างเช่น Tale of Two Sisters (2003) ตู้ซ่อนผี, Cinderella (2006) ซินเดอเรเลือด, The Wig (2005) ที่เคยสร้างความหวาดผวามาก่อน หลังจากต้นยุค 2000s แม้หนังแนวอื่นของเกาหลีจะยังประสบความสำเร็จ แต่ดูเหมือนว่าหนังสยองขวัญจะไม่ค่อยเป็นที่ถูกพูดถึงเท่าไหร่ จนกระทั่งมาถึงคิวของ The Silenced (2015) โรงเรียนสยดสัญญาณสยอง หนังสยองขวัญที่พยายามนำเสนอไอเดียอะไรใหม่ ๆ บางอย่างใส่เข้ามา ซึ่งหนังจะสามารถเข้าไปอยู่ในใจของผู้ชมได้ไหมก็ต้องลองชมด้วยตาของตัวเอง หนังเล่าเหตุการณ์ในปี 1938 ช่วงเวลาที่เกาหลียังอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิญี่ปุ่น จูรัน (Bo-Young Park) เด็กสาวที่สุขภาพไม่แข็งแรงนักถูกพ่อและแม่เลี้ยงส่งให้มาอยู่ในโรงเรียนประจำคยองซอง โรงเรียนประจำสำหรับเด็กผู้หญิงที่มีอาการป่วย จูรัน ย้ายมาอยู่ด้วยความไม่เต็มใจนัก แต่ก็ไม่สามารถขัดความต้องการของทางบ้านได้ ที่นั่นเธอต้องปรับตัวขนานใหญ่เพราะว่า ของใช้ทุกอย่างที่เตรียมมาจะต้องทิ้งไปให้หมด เธอจะใช้ได้แค่เพียงของที่ทางโรงเรียนแจกให้เท่านั้น รวมทั้งเธอยังต้องเปลี่ยนชื่อเป็น ชิสุโกะ ให้เหมาะสมกับที่โรงเรียนนั้นอยู่ภายใต้การดูแลของกองทัพญี่ปุ่น เพียงแต่ว่าชื่อ ชิสุโกะ นั้น จูรัน ไม่ได้ใช้เป็นคนแรก แล้ว ชิสุโกะ คนก่อนหน้านี้ก็หายตัวไปจากโรงเรียน ท่ามกลางความสงสัยของเพื่อนซี้อย่าง ยอนด็อก (So-dam Park) เพราะว่าจู่ ๆ ชิสุโกะ คนเก่านั้นจากไปโดยที่ไม่บอกลาใครในโรงเรียนสักคน จูรัน ที่อยู่ในโรงเรียนนั้นนานไปอาการป่วยของเธอก็ค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ […]

Read More
กีฬา ดราม่า ตลก รีวิวหนัง ซีรี่ย์ VIU หนังเกาหลี

รีวิวหนัง Countdown (2023)

Countdown (Count) (2023) ดราม่ากีฬาดีๆที่เสนออีกด้านของความอัปยศได้อย่างเข้าใจ แต่น่าเสียดายที่น่าจะเข้มได้กว่านี้ อันที่จริงถ้าจะนับจำนวนหนังหรือละครซีรีส์ที่ดูไปบ่นไปได้ดูก็มีไม่น้อยเพียงแต่การที่จะมาเขียนบทความถึงนั้นไม่ใช่ทุกเรื่อง  เพราะเรื่องที่จะมาเขียนถึงต้องมีบางอย่างดลใจให้เอามาบอกต่อได้ถ้าเป็นงานที่แย่ๆเกินกว่าจะรับไหวก็ไม่เขียนดีกว่าเพราะไม่มีอะไรติดใจ เช่นเดียวกับหนังเรื่องนี้ที่ความจริงผู้เขียนเปิดเจอว่าเป็นหนังเข้าใหม่ทางแอปสีเหลืองและกะว่าจะดูฆ่าเวลาดูสักครึ่งเรื่องแล้วอีกวันมีเวลาค่อยว่ากันใหม่  ทว่าสิ่งดึงดูดใจให้ผู้เขียนดูได้ลากยาว (ความจริงหนังก็ไม่ยาวมาก) คือการเล่าเรื่องอื้อฉาวในวงการกีฬาของประเทศเกาหลีนั่นคือการปล้นเหรียญทองมวยสากลสมัครเล่นไปจากยอดมวย Roy Jones Jr. เมื่อครั้งโอลิมปิกที่กรุงโซลปี 1988  ซึ่งหนังเล่าเรื่องนี้ที่ผู้เขียนเอะใจเป็นอย่างยิ่งเพราะเรื่องราวการล็อคผลการแข่งขันครั้งนั้นออกจะน่าเกลียดไม่ใช่น้อย  ทำให้วงการกีฬาโลกรุมประนามเกาหลีซึ่งผู้เขียนคนหนึ่งที่มีประสบการณ์การดูมวยสากลระดับโลกทีมักเห็นการล็อคผลหรือเรียกว่าโกงบ่อยๆ  ดังนั้นเมื่อเกาหลีหยิบเอาเรื่องนี้มาเล่าในอีกมุมจึงอยากรู้ว่าความจริงแล้วอีกด้านของเหรียญเป็นอย่างไร พัคชีฮอน (จินซอนคยู) คืออดีตนักมวยเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกเมื่อปี 1988 ที่มีการล็อคผลให้เขาเพราะเป็นนักมวยจากประเทศเจ้าภาพ  การชกครั้งนั้นทุกคนก็ดูออกว่าเขาแพ้นักมวยอเมริกันหลุดลุ่ยแต่กรรมการดั้นเมฆให้ชนะ  ผ่านมาสิบปีพัคชีฮอน (นักมวยตัวจริงชื่อพัคซีฮุน) ต้องชดใช้บาปที่เขาไม่ได้ก่อแม้จะพยายามทวงถามศักดิ์ศรีแล้วแต่เบื้องบนก็ไม่หือไม่อือ  เขาจึงมาเป็นครูโรงเรียบมัธยมปลายที่โรงเรียนเก่าซึ่งก็มีปัญหาเพราะแม้เวลาจะผ่านไปเขายังก้าวข้ามแผลใจไม่ได้เพราะถูกต้องย้ำจากสื่อมวลชนและลุกลามไปยังครอบครัว  วันหนึ่งพัคชีฮอนต้องไปดูมวยระดับมัธยมปลายอย่างเสียมิได้แล้วเขาก็พบว่าการล็อคผลก็ยังมีซึ่งมันกระทบต่อคนที่ถูกโกงให้แพ้ก็คือชเวยุนอู (ซองยูบิน) จนอยากจะเลิกชกมวย  แล้วโชคชะตาก็พาให้เขามาเกี่ยวข้องกับมวยอีกครั้งสร้างความไม่พอใจให้กับโจอิลซอน (โอนารา) แต่เมื่อขัดไม่ได้เธอจึงปล่อยให้เขารวบรวมเด็กนักเรียนเหลือขอและเด็กอ่อนแอที่ถูกแกล้งเป็นประจำรวมถึงชเวยุนอูมาเป็นทีมมวยสากลสมัครเล่นของโรงเรียน  แต่พวกเขาจะชนะความฉ้อฉลได้หรือไม่ เล่าเรื่องจริงอีกด้านให้เข้าใจง่ายตรงประเด็นแต่เลือกมาในโทนเบาเลยยังไม่จับใจเพาะไม่เข้มพอ ถ้าไม่ระบุว่าสร้างจากเรื่องจริงนี่จะเป็นหนังดราม่ากีฬาที่ค่อนข้างเบาบางสำหรับงานจากเกาหลีที่มักไม่ค่อยเจอ  ทว่าเมื่อรู้เจตนาของหนังความเบาบางนั้นก็ถูกถ่วงให้หนักได้ด้วยความพยายามจะบอกโลกในความจริงอีกด้านของเหรียญทองอัปยศ  ซึ่งมันคือแผลที่บาดลึกสำหรับพัคชีฮอนในเรื่องหรือความจริงก็คือพัคซีฮุนในชีวิตจริงจนชีวิตเหมือนอยู่ในหลุมทรายดูด  หนังจึงจับเอาตรงนี้มาเล่าได้จนคนดูเข้าใจเลยว่านักมวยอย่างพัคชีฮอนไม่ได้ทำอะไรผิดแต่เบื้องบนในวงการกีฬาต้องการแบบนั้น  หนังบอกกับคนดูว่าพัคชีฮอนแสวงหาหนทางไถ่บาปและจ่อมจมอยู่กับชีวิตที่ไร้เกียรตินี้ขนาดไหน  ซึ่งเอาจริงสามารถเล่าให้เข้มข้นได้คือเอาให้หนักไปเลยก็ย่อมได้แต่หนังเลือกมาในโทนเบาทำให้จุดเชื่อมโยงเหมือนต่อกันไม่ติดระหว่างบาปในใจกับการพยายามไถ่บาปด้วยการสอนเด็กให้ชกมวยและเอาชนะความฉ้อฉล  ทำให้เมื่อดูแล้วก็เข้าใจแต่ยังไม่จับใจเท่าไหร่เพราะยังต้องการรู้อะไรอีกมากที่หนังควรเล่าแต่ไม่เล่า แม้จะสร้างจากเรื่องจริงแต่ก็ยังเป็นงานดราม่ากีฬาที่มาตามสูตรที่ยังใช้ลูกเล่นเดิมๆมาแบ่งขั้วทางอารมณ์ สำหรับคนที่ไม่เคยรู้เรื่องเหรียญทองอัปยศในครั้งนั้นอาจนึกภาพไม่ออกแต่สำหรับผู้เขียนแม้จะไม่เอ่ยชื่อนักกีฬาอเมริกันคนนั้นมาตรงๆก็พอรู้เพราะในวงการมวยโลกมีนักมวยที่โดนโกงอย่างน่าเกลียดในปีนั้นแค่คนเดียว  กระนั้นเมื่อหนังเลือกเล่าอีกด้านหนังก็เล่าเรื่องความเจ็บปวดของนักกีฬาที่รู้ตัวดีว่าแพ้แต่ทำอะไรไม่ได้และเขาไม่ได้ทำอะไรผิด  ควบคู่ไปกับการเป็นงานดราม่ากีฬาที่มาตามสูตรแบบเป๊ะๆนั่นคือการพยายามไถ่บาปด้วยการส่งต่อไปยังรุ่นต่อไปแล้วต้องมาเจอกับความฉ้อฉลแบบเดิมๆที่ไม่เคยเลือนหายคล้ายถูกฝังลงในสายเลือด  หนังจึงจัดการแบ่งขั้วทางอารมณ์ชัดเจนเมื่อมีฝ่ายพระเอกก็ต้องมีตัวโกงที่มาแบบน่าจงชังเต็มที่  ซึ่งนั่นคือการผลักให้คนดูเกลียดเต็มที่เพื่อเอาใจช่วยฝ่ายดีเต็มที่เช่นกันและก็ได้ผลแม้จะเล่นแบบนี้มานานเพราะคนดูก็สะใจทุกครั้งที่คนดีเอาชนะได้เพราะก่อนหน้านั้นก็โกงได้โกงดี  ถึงถ้าความเข้มเชิงดราม่าจัดจ้านกว่านี้อาการลุ้นจะมาขึ้นอีกเท่าไหร่ไม่อยากจินตนาการ ความทุกข์ระทมกับบาปที่ไม่ได้ก่อคือรอยแผลที่ยิ่งใหญ่กว่าความพ่ายแพ้ในเกมกีฬา การแข่งขันกีฬามีแพ้มีชนะคนเก่งกว่าเตรียมตัวมาดีกว่าก็ควรเป็นผู้ชนะแต่ถ้าชัยชนะถูกปล้นไปมันก็ไม่ใช่การแช่งขันกีฬา  ตลอดทางของหนังได้บอกให้รู้ว่าการทำแบบนี้ที่ในอดีตเกาหลีค่อนข้างขึ้นชื่อไม่ได้ส่งผลดีต่อวงการกีฬาและตัวนักกีฬาเองเพราะคนที่ถูกโกงให้แพ้ก็เจ็บปวดคนที่ถูกโกงให้ชนะก็เจ็บปวดไม่น้อยกว่ากัน  หนังยังเสนออีกด้านว่าถ้าเป็นนักกีฬาที่มีฝีมือแต่ยินดีกับการโกงก็ไม่เป็นผลดีเพราะชัยชนะปลอมๆคือการทำลายตัวเองด้วยการหยุดการพัฒนา  ยิ่งมาเห็นแผลที่พัคชีฮอนหรือพัคซีฮุนในชีวิตจริงต้องเจอและก้าวข้ามมันไม่ได้ยิ่งเข้าใจเลยว่าการเป็นนักกีฬาชีวิตก็คือการเล่นกีฬามีแพ้มีชนะมีน้ำใจนักกีฬาและเคารพคู่แข่ง  แต่เมื่อมีคนที่ไม่ได้เป็นนักกีฬาแต่นั่งอยู่บนหอคอยงาช้างที่เสียหน้าไม่ได้ทำอะไรลงไปนักกีฬาไม่ใช่ไม่เจ็บกลับกันนอกจากจะเจ็บกายแล้วยังเจ็บใจ  และต้องทนอยู่กับแผลเป็นกลัดหนองนั้นจนไม่กล้าเชิดหน้าสู้ชีวิตเพราะทุกครั้งที่ได้ยินชื่อเขาภาพความอัปยศก็ตามมาแล้วถามว่านักกีฬาทำอะไรผิด เมื่อหนังมาในโทนเบาการแสดงก็เลยเบาไปด้วยแต่ก็สื่อสารได้ทุกอย่างที่ต้องการบอก ถ้าว่ากันที่นักแสดงหนังเรื่องนี้มีนักแสดงระดับท็อปเพียงคนเดียวคือจินซอนคยูรองลงมาก็คือโอนารา (แม่บ้านคิมจาก Alchemy of Souls) สิ่งที่น่าเสียดายคือหนังได้ระดับจินซอนคยูมาแสดงแต่ไม่กล้าพอที่จะเล่าเรื่องในส่วนของพัคชีฮอนให้แน่นๆซึ่งถ้าเล่าได้แน่นทุกอย่างที่ตามมาจะเข้มข้นขึ้นเองต่อให้หนังเสนอตัวมาในโทนเบาก็ตาม  แต่เมื่อหนังยังเสียดายความเป็นดราม่ากีฬาตามสูตรจึงทำได้แค่สร้างความเข้าใจแต่ไม่จับใจเพราะต่อให้นักแสดงมากฝีมือขนาดไหนแต่บทหนังอยู่ตรงจุดเกรงใจแบบนี้จึงได้เท่านี้ที่เห็น  […]

Read More
killer toon
รีวิวหนัง ซีรี่ย์ VIU ลึกลับ สืบสวน หนังเกาหลี

รีวิวหนัง : VIU : killer toon

สวัสดีค่ะ สาวก VIU ทุกท่าน วันนี้ ” Pilermo ” มานำเสนอหนังจาก VIU ให้ทุกท่านได้ลองไปดูคือเรื่อง killer toon เป็นหนังแนวลึกลับ สอดแทรกข้อคิด มีอะไรให้ลุ้น ให้คิดตามเยอะอยู่เหมือนกัน ตัวละครทึกตังมีความหลังที่เลวร้าย เรื่องย่อหนัง คัง จี-ยอน หญิงสาวนักวาดการ์ตูน ชื่อเสียงโด่งดังแต่เมือก่อนเธอไม่ได้เป็นอย่างนั้น เธอได้คัดลอกผลงานจากคนอื่นมา ซึ่งมันก็คือความหลังของเธอที่เธอเก็บเอาไว้มาแสนนาน จนทำให้เกิดเรื่องขึ้น การ์ตูนที่เธอเขียนเป็นเรื่องราวของคนอื่นที่จะโดนกระทำแบบเดียวกันกับที่เคยทำเมื่อครั้งอดีต สิ่งที่ทำผิดไปก็ต้องชดใช้กรรมแบบเดียวกัน ลี คิ-ชอล นักสืบคนนี้ได้รับทำคดีนี้ ก็ได้เห็นถึงความผิดปรกติของคดี จนต้องมาเห็นจุดจบของเพื่อนร่วมงาน จุดจบของตัวนักวาดการ์ตูน เห็นความจริงทุก ๆ อย่าง แล้วนักสืบคนนี้ได้รู้อะไร คัง จี-ยอน ทำอะไรถึงได้เกิดเรื่องพวกนี้ขึ้นสามารถติดตามต่อได้ที่ VIU ความประทับใจ ภาพสวย ทั้งในการ์ตูน และในความจริง ดำเนินเรื่องสนุก มีอะไรให้ลุ้นตลอด ว่าต่อไปจะเป็นใคร แล้วจะทำเรื่องผิด ๆ ยังไง จะมีใครช่วยเขาจากกรรมนั้นได้ไหม และหนังเรื่องนี้สอดแทรกข้อคิดไปกับการฆาตกรรมตนเอง ซึ่งหายากในหนังลุ้นระทึก ฆาตกรรม เพราะหนังแนวนี้จะมีแต่ความระทึกหัวใจเต้นตึก ๆ ให้ความสนุกเท่านั้น ข้อคิด 1. ไม่ควรคิด ทำในสิ่งที่ผิด […]

Read More