รีวิวหนัง ซีรี่ย์ VIU หนังดี หนังดัง ซีรี่ย์สนุกมากมาย

รีวิว One Spring Night : สายใยคืนใบไม้ผลิ (2019)

One Spring Night
รีวิวจัดเต็ม  One Spring Night : สายใยคืนใบไม้ผลิ (2019)  เพราะความรักไร้ทฤษฎี บางครั้งอาจดูหมิ่นเหม่ แต่บางทีก็น่าเห็นใจ

NETFLIX : 1 Season  16 Episodes (2019)

สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนมักเอ่ยถึงบ่อยถึงงานซีรีส์เกาหลีที่ได้ชมนอกจากเรื่องบทที่เข้าขั้นดี  ชั้นเชิงการเล่าเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์  ความหลากหลายในเนื้อหา  แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนชอบมากคือความกล้า กล้าที่จะเล่นหรือเล่าเรื่องในประเด็นสุ่มเสี่ยง  ทั้งเรื่องของการคอรัปชั่นทั้งในระดับตัวบุคคลและเชิงระบบ  ความอยุติธรรมหรือความฉ้อฉลของกลไกหลายๆอย่าง  ด้านมืดของสังคมและตัวบุคคล  กล้าที่จะตีแผ่เรื่องของชนชั้น  กล้าที่จะขบถต่อบริบททางสังคม  แต่ก็มีสิ่งที่ยังไม่เคยเจอคือการขบถต่อศีลธรรม

ซึ่งเท่าที่เห็นคือการเล่าเรื่องที่ขัดต่อศีลธรรมให้เป็นเรื่องที่ผิด  ซึ่งมันก็เป็นไปตามครรลองของสังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งสังคมของชาวตะวันออก  เพราะมันคือเรื่องปกติและคุ้นชิน แต่ในคืนหนึ่งมีผู้อ่านท่านหนึ่งได้ส่งข้อความทางMessenger มาบอกว่าอยากอ่านมุมมองของงานซีรีส์ที่เดาว่าคงเป็นที่ประทับใจของผู้อ่านท่านนั้น  แต่ขณะนั้นผู้เขียนยังดูงานอีกเรื่องค้างอยู่แต่ในใจก็ยังรู้สึกมีอะไรมาดึงดูด  แล้วเราก็ตัดสินใจลองเปิดดูสักตอนในตอนดึกของคืนนั้นเองจนปรากฏว่าต้องพักการดูเรื่องอื่นเพื่อมาดูเรื่องนี้  เพราะเพียงแค่ตอนแรกก็มองเห็นความน่าสนใจในความกล้าที่จะนำเสนอเรื่องที่หมิ่นเหม่ต่อการผิดศีลธรรม  แต่มันกลับดึงดูดความสนใจให้ดูอย่างต่อเนื่องอย่างน่าประหลาด 

One Spring Night

เรื่องย่อ

ความเมาเป็นเหตุสังเกตได้ที่ทำให้อีจองอิน เดินเข้าร้านขายยาในสภาพเพิ้งเต็มที่เพื่อซื้อยาแก้เมาค้าง  แต่ด้วยความเรื้อนของตัวเธอทำให้เธอลืมกระเป๋าเงิน  ยาก็กินแล้วแต่ไม่มีเงินจ่าย  เมื่อตกลงเรื่องค่ายากับยูจีโฮเภสัชกรหนุ่มหล่อประจำร้านได้แล้ว  สิ่งที่ตามมาคือค่าแท็กซี่อย่ากระนั้นเลยยูจีโฮให้เธอยืมเงินค่าแท็กซี่โดยแลกเบอร์โทรกันไว้  แต่เหตุการณ์เพียงแค่นั้นใครจะคิดว่ามันคือจุดเริ่มต้นของคนสองคนเมื่อต่างคนต่างลืมกันไม่ลง  ภาพในจิตไต้สำนึกมันผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง  และแน่นอนว่าเขาและเธอตกหลุมรักกันเมื่อแรกเจอ

ทว่าตัวอีจองอินมีแฟนอยู่แล้ว  หนำซ้ำแฟนของเธอคือรุ่นพี่มหาวิทยาลัยของยูจีโฮที่เล่นบาสด้วยกัน  แต่เมื่อหัวใจมันร่ำร้องอย่างหนักแม้เขาและเธอจะพยายามขัดขืน ที่สุดแล้วมนุษย์ไม่มีวันเอาชนะหัวใจของตนเองได้ ความสัมพันธ์ของจองอินกับจีโฮจึงเริ่มต้นขึ้นจากจุดที่จองอินพยายามเข้าหาจีโฮก่อนด้วยซ้ำ  และมันคือการที่จองอินคือผู้หญิงที่กำลังนอกใจแฟนของตัวเอง

ถ้านั่นยังไม่ยุ่งยากมากพอจีโฮคือคนที่มีแผลใจจากอดีตและคือพ่อเลี้ยงเดี่ยว ความสัมพันธ์ของเธอและเขาจึงต้องก้าวผ่านความยากลำบากของกำแพงที่เรียกว่าศีลธรรม  รวมถึงบริบททางสังคมที่ผู้ชาย(หรือกระทั่งผู้หญิง)ที่เลี้ยงลูกคนเดียวมักจะถูกมองด้วยสายตาดูถูกจากสังคม  แต่เมื่อคนสองคนมีใจตรงกันสิ่งที่เขาและเธอจะทำได้คือจับมือและฝ่าฟันไปด้วยกัน  จนถึงที่สุดเรื่องราวก็ไม่ได้นอกเหนือไปจากการคาดเดา  แต่ชั้นเชิงระหว่างทางกลับเยี่ยมพอที่จะให้เรื่องราวที่หมิ่นเหม่นี้มีความชอบธรรมอย่างน่าประทับใจที่สุด  ไม่เว้นแม้กระทั่งตัวเราเองที่รู้สึกขัดใจในช่วงต้น

One Spring Night

บทที่กล้าเล่าเรื่องหมิ่นเหม่ที่เป็นเรื่องผิด  แต่ใส่พัฒนาการให้มองเห็นความชอบธรรม  จนทางแยกกลายเป็นทางเลือก  ด้วยพื้นฐานความเป็นมนุษย์

สิ่งแรกที่ต้องชื่นชมคือความกล้า  ความกล้าที่จะเขียนบทออกมาแบบเพี้ยนและบิดเบี้ยวเชิงตรรกะ หากแต่ก็เป็นงานด้านบทที่เยี่ยมพอที่จะสร้างความขัดขืนในใจ สร้างทางแยกให้หัวใจผ่านสายตาในการมองการกระทำของอีจองอิน ความขัดใจที่ว่ามาจากพื้นฐานของการอยู่ในสังคมที่อุดมไปด้วยศีลธรรมฉาบฉวย เมื่อตัวบทเองกล้าวางบทนางเอกเป็นหญิงที่พบรักกับชายคนใหม่ในขณะที่ตัวเองมีแฟนอยู่แล้ว แม้จะยังไม่แต่งงานก็ถือว่านอกใจใช่หรือไม่  ซึ่งบทก็เริ่มต้นมาด้วยการเชิญชวนให้ผู้ชมขัดใจในการกระทำที่หมิ่นเหม่ต่อศีลธรรมนั้น

แต่กระนั้นเมื่อเรื่องราวดำเนินไป  บทที่ชี้นำให้คนดูขัดขืนในใจเมื่อแรกเริ่มกลับค่อยๆสร้างความชอบธรรมให้กับอีจองอิน เมื่อเริ่มเผยให้เห็นว่าแม้เธอจะทำเรื่องที่ผิดแต่มันคือความตั้งใจของเธอที่จะเลิกกับแฟนอยู่แล้วเพียงแต่ยังไม่ได้เอ่ยออกมา  แล้วก็ค่อยๆเผยให้เห็นความน่ารังเกียจในสันดานผู้ชายที่เธอคบอยู่มาทีละน้อย  พัฒนาขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งผู้ชมสงสารและเห็นใจอีจองอินและรังเกียจในพฤติกรรมแฟนของเธอ

อีกความกล้าหนึ่งคือการวางตัวพระเอกให้เป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวซึ่งปกติมักจะไม่เห็นเรื่องไหนที่เล่าถึงพ่อลูกติด  และมันเป็นความกล้าที่จะฉีกหน้ากากศีลธรรมในสังคมเกาหลี ไม่สิ สังคมเอเชียที่ยังมองคนเหล่านี้ด้วยสายตาที่แตกต่างเหมือนไม่มีที่ว่างในใจให้กับพวกเขา อีกทั้งยังว่ากันที่เรื่องประเด็นการแต่งงานตามความเห็นชอบของพ่อแม่  การคลุมถุงชนที่บางทีความหวังดีกลับส่งผลร้ายเมื่อมันไม่ได้มาด้วยความรัก และสืบต่อไปยังประเด็นความคับแคบอย่างน่ารังเกียจของสังคมนิยมชาย  ผ่านความเป็นพ่อที่เป็นเผด็จการในบ้านในครอบครัวของจองอิน

ด้วยบทที่คมคาย  หลักแหลม  และลื่นไหลเป็นธรรมชาติ  ไม่ดูยัดเยียดหรือฝืนโดยที่ยังคงรักษาแกนหลักของเรื่องคือความเป็นโรแมนติกดราม่าที่ในส่วนของความโรแมนติกยังได้ผลดีและได้ใจ  เพราะเรื่องความรักมันมีพัฒนาการและสัมผัสได้ด้วยเรื่องราวที่เป็นปัจเจก  เรื่องที่เป็นไปได้ในสังคม  เรื่องที่เป็นเรื่องใกล้ตัวสามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ไม่ใช่นิยายก่อนนอน  และมันเยี่ยมจนมองไม่เห็นถึงการหลงประเด็นหรือละเลยบางเรื่องไว้  แถมยังคงมั่นกับความโรแมนติกได้อย่างไม่หลุดโทน

One Spring Night

ซึ่งต้องสารภาพเลยว่าสำหรับเรื่องนี้ถ้าผู้เขียนอายุตัวเองลงสักยี่สิบห้าปี  อาจจะมองในมุมความโรแมนติกของคนสองคนที่มาพบรักกัน  แต่ด้วยวัยในปัจจุบันผู้เขียนยอมรับว่าก็อินแต่ไม่มีอะไรเกินกว่านั้น  เพราะเรื่องบางประการที่ถูกสื่อออกมา ประสบการณ์ชีวิตของแต่ละคนจะเป็นตัววัดว่าจะรู้สึกกับเรื่องที่ได้เห็นในมุมไหน  เช่นการพบรักทั้งที่เจอกันครั้งเดียวที่ใครหลายคนอาจตั้งคำถามในความสมเหตุผล  ซึ่งคงต้องบอกว่ามันเป็นไปได้เพราะตัวเองก็อยู่กับสตรีที่พบหน้าครั้งแรกแล้วเรารู้สึกว่าเธอคือคนที่ใช่  และก็อยู่กับเธอมาทั้งชีวิต

และปัจจุบันแม้ว่าจะไม่รู้สึกอะไรกับความโรแมนติกมากมายแล้ว  แต่สายตาและหัวใจก็ยังมองเห็นอะไรหลายอย่างเบื้องหลังความโรแมนติกนั้น  แม้จะเริ่มที่ความขัดใจกับคำว่านอกใจ แต่เมื่อเรื่องราวผ่านไปเรากลับรู้สึกเห็นใจอีจองอิน เพราะผู้ชายอย่างควอนกีซอก (คิมจุนฮัน)ได้เผยธาตุแท้ให้เห็นถึงทัศนคติที่คับแคบและเลวร้ายที่สุด  ความสัมพันธ์สี่ปีที่มีกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ตัวกีซอกบอกว่ารักและอยากแต่งงานด้วยกลับกลายเป็นความชะล่าใจ  มองผู้หญิงเป็นของตายกลายเป็นความเฉยชาจะทำร้ายจิตใจยังไงก็ได้โกรธก็ง้อ

ด้วยทัศนคติแบบผู้ชายทำอะไรก็ถูกโดยไม่คิดว่าผู้หญิงก็มีจิตใจ  และความรักความอดทนมันก็มีวันหมดอายุ จนเมื่อจองอินรู้ตัวว่าไม่มีเยื่อใยแล้วการจะรั้งเธอไว้มีวิธีการมากมายที่ไม่ใช่การกระทำที่คับแคบและน่ารังเกียจกลับไม่เลือก  ส่วนฟางอีกเส้นคือทัศนคติในการมองคนไม่เท่ากันที่กีซอกมองจีโฮที่ว่าไม่มีอะไรสู้เขาได้  ถึงที่สุดสิ่งที่กีซอกทำคือการทำเพื่อเอาชนะจีโฮที่เขาดูถูกหาใช่ทำไปเพราะรักจองอิน ถามว่าในความเป็นจริงมีผู้ชายแบบนี้หรือไม่ตอบเลยว่ามี  และมันทำให้เห็นความยอดเยี่ยม  มีความสมเหตุสมผลที่ทำให้ตัวละครที่ควรจะน่าสงสารจากการถูกนอกใจกลายเป็นน่ารังเกียจจากพื้นฐานในกมลสันดานล้วนๆ ดูหนังใหม่

One Spring Night

เพราะความรักไร้ทฤษฎี  บางครั้งสิ่งที่ผิดอาจถูก  หรือสิ่งที่ถูกก็อาจผิด

อีจองอิน…  ถามว่าเธอผิดหรือไม่กับการนอกใจตอบเลยว่าผิด  เพียงแต่การมองความผิดนั้นจากสิ่งที่ตาเห็นเพียงอย่างเดียวอาจไม่ยุติธรรมนัก เมื่อเห็นสิ่งที่เธอต้องอดทนกับสี่ปีที่คบกับจีซอก ที่จริงความสัมพันธ์ของคนสองคนเมื่อนานๆจะกลายเป็นความชาชินอันนี้ไม่ปฏิเสธ  เวลาที่คบกันอยู่ด้วยกันจะทำให้มองเห็นข้อดีข้อด้อยของอีกฝ่ายแล้วปรับตัวเข้าหากันแล้วก็จะอยู่ด้วยกันด้วยความรักความเข้าใจ  แต่หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ยอมเดินเข้ามาและทำอะไรไม่คำนึงถึงจิตใจอีกฝ่ายแบบซ้ำๆความรักมันก็หมดอายุได้  และสุดท้ายการแสร้งทำเป็นรักในขณะที่ไม่มีเยื่อใยแล้วต่างหากคือความเจ็บปวดที่สุด

แล้วอีจองอินก็เลือกที่จะเดินออกมา  เพียงแต่ก่อนที่เธอจะเดินออกมาเธอได้พบรักใหม่ก่อนมันจึงกลายเป็นความผิดในสายตาของสังคม  แต่ก็เป็นความผิดที่น่าเห็นใจไม่ใช่หรือ? และสำหรับอีจองอินเธอยังกล้าที่จะก้าวออกมา ไม่ไหวก็ไม่ฝืนทำให้เธอได้พบกับความสวยงามในรักใหม่ แต่จะมีกี่คนที่กล้าเหมือนอีจองอินและยอมทนอยู่กับคนที่คิดว่าตัวเองเป็นของตายเป็นคู่นอนที่จะมาเมื่อไหร่ก็ได้แบบนั้น มันไม่ยิ่งเจ็บปวดกว่าหรือ? ถามว่าเรื่องราวแบบนี้ในโลกจริงๆเกิดขึ้นได้ไหมตอบเลยว่าเกิดขึ้นได้แน่นอนไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัว  และมันคืออีกความเยี่ยมที่ว่าด้วยเรื่องที่ผิดให้กลายเป็นความน่าเห็นใจ  และคนที่น่าจะถูกเกลียดกลับเป็นคนที่น่าสงสารที่สุด

One Spring Night

ส่วนยูจีโฮ…. เขาคือคนที่รวดร้าวในอดีตที่ไม่รู้แม้กระทั่งสาเหตุที่แม่ของลูกจากไป เวลาจะเยียวยาหัวใจมันก็ใช่แต่มันไม่ใช่กับแผลลึกขนาดนี้ยูจีโฮคือคนที่เจ็บปวดแม้ในฉากหน้าจะเหมือนลืมไปแล้วแต่ลึกๆในใจไม่มีใครลืมลง  ก่อนมาพบกับอีจองอินพลังงานเดียวที่ค้ำยันหัวใจที่ย่อยยับของเขาคืออึนอูผู้เป็นลูก  ลูกคือทุกสิ่งอย่างในชีวิตเมื่อเรื่องราวมันลามมาหาลูกเขาจึงเจ็บปวด  และเผยให้เห็นว่าแท้จริงแล้วแผลในใจแม้มันจะดูเหมือนไม่เจ็บแต่มันก็ไม่หาย และฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เขาไม่ยอมที่จะขืนขัดใจตัวเองปล่อยอีจองอินไปเมื่อวอนกีซอกทำการดูหมิ่นเขาต่อหน้าลูก

ในความสัมพันธ์ที่บิดเบี้ยวนี้ถ้าอีจองอินผิดที่นอกใจ วอนกีซอกก็ผิดเพราะความเลวร้ายในกมลสันดาน  คนเดียวที่ไม่ผิดอะไรคือยูจีโฮ เขาไม่ผิดที่ตกหลุมรักอีจองอินเพราะไม่รู้  เขาไม่ผิดที่เป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวเพราะโชคชะตาไม่ได้มอบความสวยงามให้ทุกคน เขาไม่ผิดที่ผลักใสอีจองอินในครั้งแรกเมื่อเขาทราบว่าอีจองอินเป็นแฟนกับรุ่นพี่และเขาคือพ่อเลี้ยงเดี่ยว  และเขาก็ไม่ผิดที่สุดท้ายจะทำตามหัวใจเรียกร้องและจับมือฝ่าฟันอุปสรรคทั้งเรื่องสังคม  ศีลธรรมจอมปลอม  และครอบครัวของอีจองอินไปพร้อมๆกับเธอ  และความยอดเยี่ยมคือมอบความสุขให้คนที่เจ็บปวดที่สุดในตอนแรกได้พบแสงสว่างในตอนท้ายอย่างสวยงาม

One Spring Night

การแสดงที่จัดการได้ทุกมิติทางอารมณ์  เพราะนี่คือเรื่องที่สังคมตัดสินได้ไว้แล้ว

ถ้าบทและชั้นเชิงการเล่าเรื่องที่ได้ผลกับอารมณ์ผู้ชมอย่างสุดหัวใจ  พร้อมพัฒนาการเรื่องความรักที่มองเห็นและสัมผัสได้แล้ว  การแสดงในเรื่องนี้ก็จัดว่าเข้าขั้นยอดเยี่ยม  ที่ต้องบอกว่าสุดจัดเลยต้องยกนิ้วให้ฮันจีมิน ที่แสดงจนผู้ชมค่อยๆคลายความแคลงใจและค่อยๆเห็นใจ  สงสาร  และเอาใจช่วย  การแสดงอารมณ์ผ่านสีหน้าแววตาทำได้อย่างได้ใจผู้ชม  ในอารมณ์อึดอัดปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้ชมถอนหายใจไปกับเธอหลายต่อหลายครั้ง  ประกอบกับเสน่ห์และพลังดึงดูดสายตาที่มาอย่างเต็มที่  ทำให้ทุกครั้งที่ขึ้นจอสายตาผู้ชมจะจับจ้องไปที่เธอ

ส่วนจองแฮอินมอบการแสดงที่น่าสงสาร  สายตาดูรวดร้าวตลอดเวลาทำให้ผู้ชมสัมผัสได้ว่าฉากหน้าที่ดูยิ้มแย้มในใจมีอะไรข้างใน  แต่เมื่อต้องรับบทเป็นพ่อสายตารวดร้าวและโศกเศร้านั้นกลับหายไปกลายเป็นดวงตาที่ทอประกาย  ซึ่งต้องบอกว่าน่าทึ่งสำหรับคนที่ยังไม่ได้มีประสบการณ์การเป็นพ่อคนและเขาทำได้อย่างน่าเชื่อถือ  ส่วนคนที่น่ารังเกียจอย่างคิมจุนฮันก็ออกมาด้วยความน่าหมั่นไส้ตั้งแต่แรก  และแม้จะน่าสงสารแต่สายตาและพฤติกรรมก็น่ารังเกียจเกินจะสงสารลง  แน่นอนว่าผู้ชมรังเกียจเขาเต็มที่ซึ่งถ้าแสดงได้ไม่ดีไม่มีทางน่ารังเกียจได้โล่แบบนี้

One Spring Night

อีกทั้งตัวเรื่องยังเต็มไปด้วยนักแสดงสมทบในระดับยอดเยี่ยมอีกครั้ง  ทั้งพ่อจองอินที่หัวโบราณและทัศนคติที่คับแคบจนน่ารังเกียจไปอีกคน แม่จองอินที่แม้จะเห็นใจลูกแต่ก็อยู่ในสภาพช้างเท้าหลังในสังคมเกาหลี พ่อแม่จีโฮที่จิตใจดีงามและแม้จะดูยากไร้และคร่ำครึ  แต่ถึงที่สุดความสุขของลูกต้องมาก่อนต่างกับพ่อจองอินอย่างขาวกับดำ  และด้วยงานด้านภาพที่เสนอความสวยงามของค่ำคืนฤดูใบไม้ผลิที่ดอกซากุระเบ่งบาน  เพลงประกอบเพราะๆซึ้งๆติดหูอีกเช่นเคย  บทที่ดีจนไม่รู้จะติตรงไหน  หลายๆฉากที่ทรงพลังแม้จะนิ่งๆเงียบๆเช่นฉากที่แม่จองอินกับแม่จีโฮนั่งคุยกันที่ผู้ชมบางท่านอาจน้ำตาเอ่อได้  ประเด็นทางสังคมและความคมคายของบทที่เป็นธรรมชาติ  ไม่เร่งเร้า  ไม่ยัดเยียดและใกล้ตัวก็ทำให้ผู้เขียนตกหลุมรักเรื่องนี้เข้าเต็มเปา

One Spring Night

เชื่อเหลือเกินว่า  เมื่อตอนต้นหลายๆคนจะเป็นเช่นเดียวกันคือรู้สึกขัดใจกับบทที่วางไว้แบบหมิ่นเหม่ต่อความรู้สึกด้านศีลธรรมในใจ  สำหรับผู้เขียนเองยอมรับว่าสองตอนแรกก็รู้สึกแปลกๆอยู่เช่นกัน  แต่สิ่งที่ทำให้หยุดดูไม่ได้ในช่วงแรกคือเสน่ห์ของนักแสดงและมิติของตัวละคร  ที่มีความน่าสนใจเกินกว่าต่อมศีลธรรมจอมปลอมจะทำงาน  แล้วเมื่อถึงเวลาอันควรเรื่องราวก็ค่อยๆสร้างความชอบธรรมในใจผู้ชม  ให้มองลึกลงไปถึงสาเหตุของเรื่องราวที่ผิดเพี้ยนนี้

ความคมคายของบทที่มีพัฒนาการ  ความแยบยลในการวางประเด็นรองเรื่องของสังคม  การฉีกหน้ากากศีลธรรมจอมปลอมที่พิพากษาการกระทำบางประการโดยไม่มองให้ลึกซึ้งถึงสาเหตุ  การตบหน้าบริบททางสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่แต่คับแคบ  การฉีกหน้ากากความเลวร้ายของการเลี้ยงดูลูกแบบคับแคบและเผด็จการ  โดยไม่มองว่าแม้เราจะให้กำเนิดลูกมาแต่เราไม่ใช่เจ้าของ

One Spring Night

เพราะลูกมีชีวิตจิตใจมีความคิดเป็นของตัวเอง  กรอบของเราจึงไม่สามารถเอาไปตีให้ลูกได้ด้วยพื้นฐานและสังคมในยุคสมัยที่ต่างกันทำให้พวกเขารับรู้หลายๆอย่างที่เราไม่รู้ และเขามีความคิดเป็นของเขา และถึงที่สุดพ่อแม่ก็แค่เปิดใจรับฟังเท่านั้น  แม้เรื่องราวประเด็นเหล่านี้ยังเข้มข้นแต่เรื่องราวหลักว่าด้วยความโรแมนติกก็ยังคงแน่วแน่และซื่อตรง  สำหรับคนในวัยขนาดผู้เขียนยังมองว่า  มันคือส่วนผสมที่กลมกล่อมในการผสานความโรแมนติกกับประเด็นเรื่องของศีลธรรมและสังคมอย่างสวยงามที่สุด   อาจดูหมิ่นเหม่ต่อศีลธรรมมโนธรรมแต่ก็ยังประทับใจที่สุดอยู่ดี

ดูไปบ่นไป

NETFLIX

One Spring Night